July 16, 2024

ซูสีไทเฮา วางยาจักรพรรดิกวางซวี่

0

มารดาจักรพรรดิกวางซวี่ เป็นน้องสาวแท้ๆ ของพระนางซูสีไทเฮา พระนางให้กวางซวี่ครองราชย์ตั้งแต่ยังไม่เต็ม 4 ขวบ เพราะสามารถชักจูงได้ง่าย เลี้ยงดูแบบใช้อำนาจ สร้างภาพให้น่าเกรงขาม เพื่อให้เชื่อฟังคำสั่ง หลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกว่า จักรพรรดิกวงซวี่ “กลัวไทเฮามากจนจนพูดติดอ่าง เมื่อไทเฮาถามก็ยืนตัวสั่น พูดจาอ้ำอึ้ง” ซ้ำร้ายพวกขันทีที่คอยดูแลกวงซวี่ก็ไม่เคารพพระองค์ และมักเก็บเรื่องเล็กน้อยของกวงซวี่ไปทูลฟ้องซูสีไทเฮา นั่นทำให้พอโตขึ้นจึงขลาดความมั่นใจ และขี้ขลาด

ต่อมาจักรพรรดิกวางซวี่ทรงมีพระชนมายุได้16 พรรษา ถึงวัยที่สามารถบริหารบ้านเมืองได้แล้ว แต่เหล่าเสนาบดีและเจ้าชายชุนทรงเกรงอำนาจพระนางซูสีไทเฮาเลยทูลว่า ด้วยวัย16 พรรษา ฮ่องเต้ยังทรงพระเยาว์นัก พระพันปีหลวงเลยต้องขยายเวลาดูแลบริหารราชการออกไปก่อน

เวลาต่อมาจักรพรรดิกวางซวี่พระชนมายุได้ สิบแปดพรรษา พระนางก็ทรงคืนอำนาจในการบริหารราชกิจและทรงให้ฮ่องเต้อภิเษกสมรสกับฮองเฮาที่พระนางซูสีไทเฮาแต่งตั้งให้ ฮ่องเต้กวางซวี่ ทรงมีพระสนมคนโปรด คือพระสนมเจิน เมื่อใน ค.ศ.1894 สนมเจินทรงแนะนำชักนำให้พระเจ้าแผ่นดินมีพระทัยที่กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเป็นพระองค์เองขึ้น นอกจากนี้ยังทรงสนับสนุนให้จักรพรรดิกวงซวี่หันไปศึกษาและรับเอามาซึ่งสิ่งที่ดีจากต่างชาติและยังมีบันทึกว่าสนมเจินทรงสนพระทัยในการถ่ายภาพและทรงเชื้อเชิญให้ชาวตะวันตกเข้ามายังนครต้องห้ามเพื่อมาสอนพระองค์เกี่ยวกับนวัตกรรมนี้ด้วย

การนิยมคบค้าสมาคมกับต่างชาติและพระบุคลิกลักษณะอันประหลาดของสนมเองคือโปรดฉลองพระองค์เป็นบุรุษทำให้พระนางซูสีไทเฮาทรงเริ่มจงชังสนมเจินพระองค์นี้ขึ้นเรื่อย ๆ และเพื่อเป็นการประชดประชัน ซูสีไทเฮาทรงออกพระนามสนมว่า “ย่าเจิน” ปีค.ศ.1894 เมื่อสนมเจินสนับสนุนให้สมเด็จพระจักรพรรดิก่อรัฐประหารเพื่อชิงอำนาจทางการเมืองจากซูสีไทเฮา

ซูสีไทเฮาซึ่งทรงทราบความก่อนและด้วยข้อหาว่าสนมทรงก้าวก่ายกิจการบ้านเมืองก็มีพระราชเสาวนีย์ให้ลงโทษเฆี่ยนตีและนำพระสนมไปจำขังไว้ ณ ตำหนักเย็น ก่อนการลี้ภัยไปนครฉางอันของซูสีไทเฮาจากกองทัพนานาชาติ พระสนมเจินก็ถูกฆ่ายัดบ่อน้ำข้างพระตำหนัก เนื่องจากกองทัพจีนแพ้กองทัพทหารนานาชาติ เพราะกองทัพล้าสมัยไร้งบดูแลกองทัพเนื่องจากซูสีไทเฮาเอางบทางทหารไปสร้างพระตำหนักและพระราชวังจนร่อยหรอ

ครั้งนั้นซูสีไทเฮาและจักรพรรดิกวางซวี่(ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกักบริเวณ) พร้อมข้าราชบริพารขึ้นเกวียนและแต่งตัวอย่างชาวบ้านธรรมดา ลี้ภัยจากนครต้องห้ามไปยังเมืองฉางอัน เป็นระยะเวลาหนึ่งปี จึงเสด็จมามหานครต้องห้ามดั่งเดิม อย่างไรก็ตามจักรพรรดิกวางซวี่ทรงมีพระทัยในการปกครองและพัฒนาแบบสมัยใหม่ มากกว่าใฝ่ในอนุรักษ์นิยมแบบพระนางซูสีไทเฮาทรงเห็นดีเห็นงามในระบอบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญแบบญี่ปุ่นและเยอรมนี

พระองค์เลยได้จัดการปฏิรูปการปกครองประเทศเพื่อให้จีนมีการค้าขายที่รุ่งเรือง เรียกว่าการปฏิรูป 100 วัน แต่หยวนซื่อข่ายได้ทรยศพระองค์ นำแผนการกำจัดพระนางซูสีไทเฮาไปทูลพระนางฯ จึงถูกกลุ่มอำนาจเก่าของพระนางซูสีไทเฮารัฐประหาร และจองจำพระองค์ในพระตำหนักฤดูร้อนเมื่อปี ค.ศ. 1898 จักรพรรดิกวางซี่ว์สิ้นพระชนม์เมื่อปี ค.ศ. 1908 พระชนมายุ 38 พรรษา  พระองค์สวรรคตก่อนที่พระนางซูสีไทเฮาจะสิ้นพระชนม์เพียง 1 วันนับว่าการบริหารราชการเชิงพฤตินัยของจักรพรรดิกวางซวี่ก็หมดลงตั้งแต่นั้นมา

พระองค์มีพระอาการประชวรมาเป็นเวลานาน และในรายงานของแพทย์หลวงก็ยังมีอีกต่อไปว่าพระองค์มีพระอาการทรุดหนักลงหลายวันแล้วก่อนที่พระองค์จะสวรรคต ปัจจุบันมีการค้นพบว่ามีสารหนูปริมาณมากในพระศพของจักรพรรดิกวางซวี่จากการค้นพบใหม่นี้ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจึงสันนิษฐานสาเหตุการสิ้นพระชมน์ของจักรพรรดิผู้นำการปฏิรูปในยุคปลายราชวงศ์สุดท้ายของจีนพระองค์นี้ใหม่ว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์ มิใช่เพราะพระอาการประชวรตามที่ประวัติศาสตร์ระบุ

About The Author

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *