July 16, 2024

ถูกกล่าวถึงและนักประวัติศาสตร์บางส่วนยอมรับ ว่า เป็นอาณาจักรที่ปรากฏชื่อและมีหลักฐานว่าเป็นอาณาจักรยุคแรก ชื่อของฟูนัน ปรากฏในบันทึกของจีนเป็นแหล่งแรก กล่าวถึงว่าเป็นรัฐ ที่ทรงอำานาจของภูมิภาคนี้โดยบันทึกของจีนที่กล่าวถึงฟูนันนี้เป็นบันทึกของทูต ชาวจีน 2 คนคือคังไถ และจูยิงซึ่งทั้ง2ได้เดินทางมายัง “ฟูนัน” ในศตวรรษที่3 และได้จดบันทึกไว้ความว่า

“เมืองฟูนันมีความรุ่งเรืองมาก มีแม่น้ำใหญ่ไหลมาทางตะวันตกผ่ากลางเมือง ชาวอินเดียชื่อโกณฑิยะได้เดินทางโดยเรือมายึดครองดินแดนบริเวณ ปากแม่น้ำโขง และได้ประมุขของชาวพื้นเมืองคือพระนางหลิวเย่ เป็น ชายาต่อมาอีกหลายปีขุนพลฟันซีมัน ได้ขึ้นเป็นเจ้าครองนคร ฟูนัน ทรงขยายอาณาจักรฟูนัน ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยสามารถยึดครอง อาณาจักร ฉูตูคุณ จิวจิและเตียนซุน”

ราชทูลจีนคังไถ ยังได้กล่าวเกี่ยวกับ อาณาจักรฟูนันไว้อีกว่า“มีกำแพงล้อมรอบเมืองมีพระราชวังและบ้านประชาชน ประชาชนมีหน้าตาน่าเกลียด ผิวดำ ผมหยิก ไม่สวมเสื้อผ้าและเดินเท้าเปล่า อัธยาศัยใจคอง่ายๆ ไม่ลักขโมย ปลูกหว่านพืชเพียงปีหนึ่งแต่เก็บเกี่ยวไปได้สามปี ชอบแกะสลักเครื่องประดับ ภาชนะกินอาหารมักทำด้วยเงิน เก็บภาษี เป็นทองคำ เงิน ไข่มุก และเครื่องหอม มีหนังสือ หอจดหมายเหตุโดยใช้อักษร ที่คล้ายอักษรของชนชาติฮู” 

สมัยกำาเนิดฟูนันน่าจะอยู่ในช่วงระยะเวลาเดียวกับช่วงการรุ่งเรืองของ ราชวงศ์ฮั่น ในสมัยจักรวรรดิจีน ขณะที่จดหมายเหตุจีนที่บันทึกไว้ในสมัยสาม ก๊ก ได้กล่าวถึง อาณาจักรฟูนัน เอาไว้ด้วยเช่นกันว่า  “ใน ค.ศ.243 อาณาจักร ฟูนัน ได้ส่งคณะทูตมาประเทศจีน พร้อมกับส่งนักดนตรีและพืชผลในประเทศ เป็นเครื่องราชบรรณาการ” 

ยังมีจดหมายเหตุจีนที่บันทึกเมื่อ ค.ศ.503 กล่าวถึงฟูนัน มีความว่า “ฟูนันส่งราชทูตไปประเทศจีน” และจักรพรรดิของจีนได้มีพระราชโองการว่า “พระราชาแห่งรัฐฟูนัน ทรงพระนามว่าโกณฑิยะชัยวรมัน ประทับอยู่ สุดเขตโพ้นทะเล ราชวงศ์ของพระองค์ได้ทรงปกครองบรรดาประเทศโพ้นทะเล ทางใต้และได้ทรงแสดงความซื่อสัตย์สุจริตด้วยการส่งเครื่องราชบรรณาการ มาถวายหลายครั้ง บัดนี้สมควรจะตอบแทนให้ทัดเทียมกันและให้ตำแหน่งอันมีเกียรติ คือตำแหน่งขุนพลแห่งภาคสันติใต้ กษัตริย์แห่งฟูนัน”

อาณาจักรฟูนันแห่งนี้มีความเจริญสูงสุดในศตวรรษที่ 4 แล้วเริ่มเสื่อมลงในศตวรรษที่ 5 ต่อมาอาณาจักรแห่งนี้ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรเจนละเมื่อราวศตวรรษที่ 6 หลังจากนั้นอาณาจักรฟูนันก็สูญหายไป เนื่องจากได้มีอาณาจักรขอมขึ้นมาแทนในดินแดนของอาณาจักรฟูนันเดิม

About The Author

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *