July 16, 2024

ปฏิวัติเมจิ ล้มระบอบโชกุน

0

การปฏิวัติเมจิ หรือที่เรียกกันว่า “การฟื้นฟูเมจิ” (Meiji Restoration) มีหมุดหมายสำคัญอยู่ที่กลุ่มไดเมียวชายขอบ หรือผู้ครองแคว้นนอกวงอำนาจการเมืองร่วมกับซามูไรชั้นล่าง พ่อค้าและราชสำนักเชิดชูจักรพรรดิยึดอำนาจการปกครองจาก รัฐบาลโชกุนตระกูลโตกุกาวะสำเร็จในปี 1868

เหตุการณ์นี้ส่งผล ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในญี่ปุน มีการเปลี่ยนรูปรัฐจาก ่ รัฐศักดินาที่มีฐานเศรษฐกิจและการเมืองแบบคุมกำลังคนและที่ดิน ไปสู่รัฐชาติทุนนิยมที่ให้กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินเอกชนและเสรีภาพ ในการประกอบกิจการ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคมและ การเมืองญี่ปุ่นอย่างถอนรากถอนโคนทำให้การปฏิวัติเมจิเป็น จุดพลิกผันสำคัญในประวัติศาสตรที่ส่งผลสะเทือนต่อญี่ปุ่นในทุกมิติ 

ช่วงเวลานับจากปี 1853 จนถึงการสิ้นสุดการปกครอง โดยตระกูลโตกุกาวะในปี 1868 เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด และความวุ่นวายทางการเมืองของญี่ปุ่นที่มีการเผชิญหน้ากัน ทางอุดมการณ์และกำลังระหว่างฝ่ายสนับสนุนการเปิดประเทศ กับฝ่ายขับไล่ต่างชาติที่คลี่คลายมาเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง ฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ต้องการรักษาระเบียบอำนาจเดิมที่เป็นการ ปกครองโดยตระกูลเดียวกับฝ่ายก้าวหน้าที่ต้องการเปลี่ยนแปลง ระบอบการปกครองที่ขยายการมีส่วนร่วมในการปกครองไปยัง เหล่าซามูไรชายขอบโดยมีจักรพรรดิเป็นประมุข 

ในปี 1864 เพียงปีเดียวมีความวุ่นวายทางการเมือง ครั้งใหญ่ถึง 4 เหตุการณ์ คือการปิดล้อมสังหารกลุ่มขับไล่ต่างชาติ ที่ร้านอิเคดะของกลุ่มชินเซ็น ความพยายามก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจปกครองในเมืองเกียวโตของกองกำลังราว 2000 คน จากโจชูที่จบลงด้วยความล้มเหลวและทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ รัฐประหารครั้งนี้ถูกกำจัด สังหาร ฆาตกรรม ประหารชีวิต และ จำคุก ส่วนหนึ่งของความล้มเหลว นั้นเป็นเพราะว่าแคว้นซัทสึมะ (พันธมิตรสำคัญของโจชูและหัวเรือใหญ่ ในการยึดอำนาจรัฐบาลโชกุนในเวลาต่อมา) ช่วยบากุฟุรักษา เมืองเกียวโตเอาไว้ ในปีเดียวกันนี้เองบากุฟุได้รวบรวมกองกำลังจาก แคว้นต่าง ๆ รวมทั้งซัทสึมะยกพลบุกกำราบแคว้นโจชูมิให้ตั้งตน เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล 

และเหตุการณ์สุดท้ายคือศึกที่ช่องแคบ ชิโมโนเซกิระหว่างโจชูกับอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกาและเนเธอรแลนด์ ในปีดังกล่าวแม้ว่าความพยายามของโจชูในการยึดอำนาจ รัฐบาลขับไล่ต่างชาติจะล้มเหลวทั้งหมดกระทั่งทำให้แคว้นโจชู ถูกบากุฟุปราบปรามลงโทษ แต่ก็ทำให้โจชูมีสถานะเป็นแคว้น แนวหน้าในการต่อต้านบากุฟุ ด้วยสถานะดังกล่าวบรรดาผู้เป็นปฏิปักษต่อรัฐบาลจึงมักลี้ภัยอาศัยในโจชู โจชูจึงเป็นที่รวมของผู้คน  ที่ไม่พอใจรัฐบาลทั้งซามูไร ชาวนาและพ่อค้า โจชูสามารถสร้าง กองกำลังต่อต้านบากุฟุขึ้นมาใหม่จากซามูไรชั้นล่าง ชาวนาและ ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากพ่อค้า พร้อมกันนั้นก็มีอาวุธและ การฝึกตามแบบแผนของกองทัพสมัยใหม่ที่พวกเขาได้เรียนรู้ และเห็นประสิทธิภาพของมันจากตะวันตก 

ฝายต่อต้านบากุฟุเริ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้นเมื่อซากาโมโตะ ่ เรียวมะ ซามูไรชั้นล่างจากแคว้นโทสะกับพรรคพวก เคลื่อนไหวทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโจชู กับซัทสึมะผู้เป็นอริเก่าให้ร่วมมือกันเพื่อโค่นล้มระบอบโตกุกาวะ ผลสำเร็จของความพยายามดังกล่าวทำให้การบุกปราบโจชู ในครั้งที่ 2 ของบากุฟุในปี 1866 ล้มเหลวเนื่องจากขาดการ สนับสนุนจากกองกำลังที่เข้มแข็งจากซัทสึมะจนทำให้กองทัพ ของบากุฟุถูกหน่วยทหารที่ผ่านการฝึกอบรมตามแบบกองทัพ สมัยใหม่ของโจชูตีแตกพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิงแม้จะมีจำนวนมากกว่าก็ตามและในปีเดียวกันนี้เองโชกุนอิเอโมจิได้เสียชีวิตลง ปี 1866-1868 เป็นปีที่ลำบากของบากุฟุจากการสิ้นชีวิต ของโชกุนคนเก่า การเริ่มรับตำแหน่งของโชกุนคนใหม่ โชกุนโตกุกาวะ โยชิโนบุ โชกุนคนสุดท้ายของญี่ปุนจนถึงการเสียชีวิตของจักรพรรดิ ่ โคเมผู้ยึดเหนี่ยวสายสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสถาบันโชกุนกับ สถาบันจักรพรรดิเอาไว้ในปี 1868 

อาจจะกล่าวได้ว่าเมื่อโชกุน โยชิโนบุขึ้นครองตำแหน่งนั้นเขาแทบจะไม่เหลืออำนาจใด ๆ ในมือแล้ว ในสภาพการณ์ที่อำนาจโดยแท้จริงเปราะบางเช่นนี้โชกุนโยชิโนบุ ถูกเรียกร้องให้ประกาศสละตำแหน่งโชกุนคืนอำนาจการปกครอง ให้แก่จักรพรรดิซึ่งเขามีทีท่าว่าจะดำเนินการตามนั้นภายใต้ ความคิดที่ว่าเขาอาจจะได้เป็นผู้นำสภาของรัฐบาลใหม่ แต่เหตุการณ์ก็มิได้เป็นเช่นนั้นเนื่องจากฝ่ายต่อต้านบากุฟุ ที่นำโดยซัทสึมะและโจชูนั้นเลือกที่จะใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจ การเมืองอย่างเด็ดขาดในเดือนมกราคม 1868 ด้วยการควบคุม ปราสาทเอโดะประกาศคืนอำนาจให้จักรพรรดิ รัฐบาลใหม่ประกาศ ยึดที่ดินทั้งหมดจากโชกุนและยกเลิกหน่วยราชการของบากุฟุ 

โชกุนโยชิโนบุล่าถอยจากเกียวโตไปตั้งฐานที่มั่นที่โอซาก้า และปฏิบัติการตอบโต้ฝ่ายต่อต้านบากุฟุจากที่นั่นซึ่งไม่นานทัพ ของเขาก็พ่ายแพ้ถูกตีแตกมาถึงโอซาก้าทำให้เขาและผู้นำบากุฟุ จำนวนหนึ่งต้องขึ้นเรือหนีไปเอโดะก่อนที่โชกุนโยชิโนบุจะ ส่งหนังสือประกาศสวามิภักดิ์ต่อราชสำนักและลี้ภัยไปอาศัย ในอาราม แม้ว่าตัวโชกุนโยชิโนบุเองจะประกาศยอมแพ้แต่ไดเมียวของเขาบางส่วนนำโดยไดเมียวจากแคว้นไอซึมิได้เห็นด้วยและ เคลื่อนพลขึ้นเหนือก่อเป็นสงครามระหว่างรัฐบาลเมจิกับกองกำลัง กบฏที่เรียกว่าสงครามโบชินระหว่างกลางปี 1868 จนถึงต้นปี 1869 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1869 การพ่ายแพ้ของกองกำลังฝ่ายโชกุน อันนำโดยเอโนโมโตะ ทาเกอากิ และฮิจิคาตะ โทชิโซ โดยในศึกครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบโชกุน และเป็นการฟื้นฟูพระราชอำนาจในจักรพรรดิอย่างสมบูรณ์

About The Author

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *