June 24, 2024

จีน

ดื่มสุราถามหาวีรบุรุษ

ว่าด้วยเหตุการณ์ "ดื่มสุราถามหาวีรบุรุษ" ระหว่างโจโฉและเล่าปี่ เป็นตอนที่ทั้งสองคนได้เผชิญหน้าและประลองความคิดและชิงไหวพริบภายใต้คำพูดธรรมดาแต่แฝงความนัย  ในวรรณกรรมสามก๊กเล่าว่า วันหนึ่งโจโฉได้ส่งขุนพลไปพบเล่าปี่ที่บ้านพัก ซึ่งเวลานั้นเล่าปี่ไม่สนใจงานราชการ วันๆเอาแต่ปลูกผัก พรวนดิน โจโฉชักชวนเล่าปี่ให้มาร่วมดื่มสุราที่ในจวนของตน เล่าปี่จำต้องไปตามคำเชิญ หลังจากทั้งสองดื่มสุราแล้วสนทนากันครู่ใหญ่ โจโฉก็ชวนถกเรื่องบ้านเมือง และเอ่ยถามเล่าปี่ว่า "ในแผ่นดินนี้มีใครบ้างที่คู่ควรต่อการเป็นผู้กล้า" เล่าปี่เดาใจโจโฉไม่ออก จึงเอ่ยนามของเหล่าขุนศึกทั่วแผ่นดิน แต่โจโฉก็ปฏิเสธสิ้นทุกคน จนเล่าปี่ต้องเอ่ยว่าทั่วทั้งแผ่นดินคงมีแต่ท่านโจโฉที่นับว่าเป็นผู้กล้าเท่านั้น แต่โจโฉกลับเอ่ยตอบไปว่า...

จักรพรรดิว่านลี่ ต้นเหตุแห่งฉิบหาย..!!

ในปี ค.ศ. 1572 เมื่อพระราชบิดาสวรรคต องค์ชายจูอี้จุนขณะนั้นพระชนม์เพียง 9 พรรษา ครองราชบัลลังก์สืบต่อ พระนามว่า จักรพรรดิว่านลี่ และครองราชย์นานที่สุดในราชวงศ์หมิง ถึง 48 ปี แต่ด้วยยังทรงพระเยาว์ อำนาจทั้งหมดจึงตกไปอยู่ที่ไทเฮาเสี่ยวติง ซึ่งเป็นพระราชมารดาของพระองค์ ซึ่งได้ให้มหาอำมาตย์จาง จวีเจิ้งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และถือเป็นพระอาจารย์ของจักรพรรดิว่านลี่...

มาร์โค โปโล เข้าเฝ้ากุบไลข่าน

ในปี 1269 พ่อและลุงของ มาร์โค คือ นิโคโล และ มัฟเฟโอ ได้เดินทางไปค้าขายทางตะวันออก ผ่านเส้นทางสายไหมจนได้พบกับผู้แทนของจักรพรรดิ์กุบไลข่านที่เชิญพี่น้องทั้งสองให้ติดตามไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิ์ซึ่งไม่เคยรู้จักจากชาวยุโรปมาก่อน นิโคโล และ มัฟเฟโอ รับคำเชิญ ตามผู้แทนดังกล่าวไปจนถึงเมืองจีน และได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ์กุบไลข่าน  กุบไลข่าน ทรงพอพระทัยในความสามารถของสองพี่น้องตระกูล มาร์โค และได้ขอให้ทั้งสองนำสาส์นไปถวายองค์พระสันตปาปาเพื่อขอนักปราชญ์...

โจรโพกผ้าเหลือง กบฏชาวนา

ปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ขันทีก่อความวุ่นวายและพระญาติทางสายมารดาและมเหสีต่างรวบอำนาจไว้ในมือ ขณะที่ประเทศต้องประสบภัยธรรมชาติต่อเนื่อง ตั้งแต่อุทกภัย ภัยแล้ง ภัยจากแมลง ที่เกิดขึ้นติดต่อกันหลายปี ทำให้ชาวนาต้องเผชิญความยากจนข้นแค้น และการกดขี่ของขุนนางทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงทั้งหลาย https://www.youtube.com/watch?v=VLglTbZ9OCQ&pp=ygU34LmC4LiI4Lij4LmC4Lie4LiB4Lic4LmJ4Liy4LmA4Lir4Lil4Li34Lit4LiHIGNoZXJyeW1hbg%3D%3D ความอดอยากของชาวนา บวกกับปราศจากที่ทํากิน ต้องอพยพหนีความอดอยากออกร่อนเร่ ในที่สุดการลุกฮือของชาวนาก็มาถึงขั้นสูงสุด เกิดการรวมตัวผู้คนหลายแสนในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ ค.ศ. 184 ที่เรียกกันว่า “โจรโพกผ้าเหลือง”  โจรโพกผ้าเหลือง...

จ้าวคว่อ นักรบบนกระดาษ(สงครามฉางผิง)

สงครามใหญ่ระหว่างแคว้นฉินและแคว้นจ้าว เกิดขึ้นในปี 260 ก่อนคริสตกาล เริ่มจากแคว้นฉินส่งแม่ทัพใหญ่ ไป๋ฉี ไปโจมตีแคว้นหานและสามารถยึดเมืองหลวงได้เป็นผลสำเร็จเหลือเมืองซ่างตั่งของแคว้นหาน แต่แม่ทัพผู้รักษาเมื่องซ่างตั่งไม่ยอมจำนนต่อแคว้นฉินจึงไปเจรจายกเมืองนี้ให้กับแคว้นจ้าว เสี้ยวเฉิงอ๋องแห่งแคว้นจ้าว จึงส่งแม่ทัพเหลียนพอนำทหารสองแสนไปช่วยเหลือแต่พอไปถึงทัพฉินได้ยึดซ่างตั่งไปแล้ว เหลียนพอทราบว่า หวังเหอ คิดจะบุกโจมตีฉางผิงต่อจึงให้ทหารเตรียมก่อกำแพงค่ายและขุดคูน้ำโดยรอบเพื่อรับศึกระยะยาว หวังเหอท้ารบหลายครั้งแต่เหลียนพอไม่ยอมออกรบ หวังเหอจนปัญญาจึงกลับไปรายงานว่า เหลียนพอเป็นแม่ทัพอาวุโสชำนาญการศึก คงไม่ยอมออกรบง่ายๆหากปล่อยไว้แบบนี้เสบียงคงจะไม่พอ จะทำอย่างไรดี https://youtu.be/hNkUJbnAMAk?si=Ye6C3mH03UYIFXhF ฟ่านจวีออกอุบายว่า...

สุยหยางตี้ หายนะแห่งราชวงศ์สุย

สุยหยางตี้ คือฮ่องเต้องค์ที่สองและเป็นองค์สุดท้ายของราชวงศ์สุย เมื่อขึ้นครองราชย์ก็ลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจ ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เกณฑ์แรงงานชาวบ้านนับล้านสร้างนครหลวงตะวันออกแห่งใหม่ที่ลั่วหยาง และอุทยานตะวันตกที่มีอาณาบริเวณกว่า 100 กิโลเมตร ซ่อมสร้างกำแพงหมื่นลี้ ยกทัพบุกเกาหลีสามครั้ง ผู้คนล้มตายนับไม่ถ้วน  https://www.youtube.com/watch?v=DsB5w5JTHEM&pp=ygUo4Liq4Li44Lii4Lir4Lii4Liy4LiH4LiV4Li14LmJIGNoZXJyeW1hbg%3D%3D ปี ค.ศ.611 สุยหยางตี้เร่งระดมกำลังพลทางภาคอีสานเพื่อบุกเกาหลี สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านที่ลำบากยากแค้นอยู่แต่เดิม เป็นเหตุให้เกิดการลุกฮือขึ้นของกบฎชาวนา นำโดยหวังป๋อ จากนั้นก็มีกบฏชาวนาจากท้องที่ต่างๆ...

เจี่ยนานเฟิง จักรพรรดินีโหดสุดแสบ

พระนางเจี่ยนานเฟิง เป็นที่รู้จักในประวัติศาสตร์จีนในฐานะหญิงผู้ทรงอำนาจและมีความโหดเหี้ยม พระนางเป็นพระมเหสีของจักรพรรดิจิ้นฮุ่ยเป็นจักรพรรดิที่พิการทางพัฒนาการ แห่งราชวงศ์จิ้น ซึ่งปกครองในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 พระนางเจี่ยนานเฟิงไม่ได้เป็นเพียงพระมเหสีที่มีอำนาจในการปกครอง แต่ยังเป็นที่รู้จักในเรื่องการใช้อำนาจอย่างโหดเหี้ยมและไม่มีความปรานีต่อผู้ที่ต่อต้านพระนาง พระนางมีวิธีการที่โหดเหี้ยมในการควบคุมและกำจัดศัตรูทางการเมือง การลอบสังหารและการวางแผนที่ซับซ้อนเป็นเครื่องมือที่พระนางใช้ในการรักษาอำนาจ เมื่อองค์ชายยู พระอนุชาของจักรพรรดิจิ้นฮุ่ย และเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ พระนางเจี่ยนานเฟิง เห็นว่าองค์ชายยูเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของเธอ จึงวางแผนลอบสังหารองค์ชายยูอย่างโหดเหี้ยมเพื่อกำจัดคู่แข่ง พระนางเจี่ยนานเฟิงใช้จักรพรรดิจิ้นฮุ่ยที่อ่อนแอเป็นเครื่องมือในการปกครอง โดยการควบคุมทุกการตัดสินใจและการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถท้าทายอำนาจของเธอได้ พระนางไม่ลังเลที่จะสั่งประหารชีวิตข้าราชบริพารหรือแม้แต่สมาชิกในราชวงศ์ที่เธอเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของเธอ...