การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา
ความขัดแย้งในรวันดาที่ยังดำเนินอยู่ในตอนนั้น เกิดจากขบวนการที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสายแข็งในรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสถาปนาและรักษาอำนาจของชาวฮูตูเหนือประเทศนี้ โดยมีการโหมกระแสโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนัก ปลุกปั่นให้ชาวฮูตูหวาดกลัวเจตนาของชาวทุตซี และทำให้พวกเขาถูกมองว่าเป็นศัตรู สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่ความรุนแรงและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง และสุดท้ายก็ปูทางไปสู่โศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในเวลาต่อมา
เจาะลึกเพื่อดูฮาบียาริมานาถูกลอบใช้ในการตรวจสอบ 6 1994 สถานการณ์ในประเทศก็ตรวจสอบหนักลงในกลุ่มฮูตูหัวฉวยโอกาสเข้ายึดอำนาจ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของหมู่ชาวทุตซีและชาวฮูตูสายกลางในการขจัดคราบจุลินทรีย์ในรวันดา ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบกลางในในตลอดระยะเวลาสยดสยองนี้มีผู้เสียชีวิตระหว่าง 500,000 ถึง 800,000 คนรายงานการค้นคว้าอย่างเข้มงวดต่อผู้หญิง บางคนถึงกับจะหันมาสนใจกันเองเนื่องจากการได้รับกระแสกระแสโฆษณาชวนเชื่อและที่มาที่รัฐบาลฮูตูต้องใช้เวลา

หลังจากนั้น กองกำลังแนวร่วมรักชาติตรวันดา (Rwandan Patriotic Front – RPF) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏที่ส่วนใหญ่เป็นชาวทุตซี ได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเพื่อยุติการสังหารหมู่และยึดอำนาจคืน พวกเขาสามารถยึดเมืองหลวงคิกาลีได้ และบีบให้กองกำลังรัฐบาลต้องล่าถอย ซึ่งถือเป็นการยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเป็นทางการ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ เพราะชาวฮูตูจำนวนมากหนีออกนอกประเทศไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ความไม่มั่นคงยังคงต่อเนื่อง และนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ เช่น สงครามคองโกครั้งที่หนึ่ง
ผลพวงจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทิ้งบาดแผลลึกในสังคมรวันดา ประเทศนี้พยายามอย่างหนักในการรำลึกและฟื้นฟูความยุติธรรม รวมถึงกำหนดวันหยุดราชการเพื่อไว้อาลัยให้กับเหยื่อ มีการออกกฎหมายห้ามแนวคิดที่ส่งเสริมหรือปฏิเสธเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยเด็ดขาด และยังมีการจัดตั้งกระบวนการยุติธรรมหลายรูปแบบ เช่น ศาลกาชาเช (Gacaca) และศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อพิจารณาคดีความผิดในช่วงนั้น
การเข้าใจพื้นหลังความเป็นมาของชาวฮูตูและทุตซี รวมถึงผลกระทบจากยุคอาณานิคมและการแบ่งแยกชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้นตามมา เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี 1994 เกิดขึ้นได้อย่างไร ชนชาติฮูตูและทุตซีถูกอิทธิพลของอำนาจอาณานิคมสร้างภาพและกำหนดบทบาทไว้ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความแตกแยกสะสมเป็นเวลาหลายสิบปี และเมื่อกระแสเรียกร้องให้ชาวฮูตูมีบทบาททางการเมืองเพิ่มขึ้น กลุ่มหัวรุนแรงก็ใช้โอกาสนั้นปลุกปั่นความกลัวและบิดเบือนสถานการณ์เพื่อผลักดันแนวคิดสุดโต่ง จนนำไปสู่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมในปี 1994