September 17, 2026

แนะนำ

น่าสนใจ

มาแรง

ซาลาดิน ขอคืนเยรูซาเล็ม

เยรูซาเล็ม เมืองศักดิ์สิทธิ์ของทั้งศาสนายูดาย คริสต์ และอิสลาม ถูกกองทัพครูเสดครั้งแรกยึดครองในปี ค.ศ. 1099 ตอนนั้นกองทัพมุสลิมยังไม่ค่อยเป็นระบบ แต่พวกเขาก็มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องเอาเมืองกลับคืนมาให้ได้ ซาลาดิน ซึ่งเป็นสุลต่านแห่งอียิปต์และซีเรีย ก็สามารถรวมอาณาจักรอิสลามให้เป็นหนึ่งเดียว และเอาชนะพวกครูเสดได้ที่ยุทธการฮัตตินในปี ค.ศ. 1187 แล้วก็สามารถยึดเยรูซาเล็มกลับมาได้สำเร็จ วิธีของซาลาดินต่างจากพวกครูเสดที่ใช้ความโหดร้าย เขาเลือกใช้ความเมตตาแทน จนได้รับความเคารพจากทั้งมุสลิมและคริสเตียน ในศตวรรษที่...

สนธิสัญญานาซี-โซเวียต

สนธิสัญญานาซี-โซเวียต หรือที่รู้จักกันในชื่อสนธิสัญญาโมโลตอฟ-ริบเบนทรอป เป็นข้อตกลงไม่รุกรานซึ่งกันและกันที่ลงนามในเดือนสิงหาคมปี 1939 ระหว่างเยอรมนีนาซีกับสหภาพโซเวียต ข้อตกลงนี้เปิดทางให้ฮิตเลอร์บุกโปแลนด์และยุโรปตะวันตกได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเผชิญหน้ากับกองทัพโซเวียตพร้อมกัน ขณะที่สตาลินก็ได้เวลาสะสมอาวุธ และมีอิสระมากขึ้นในยุโรปตะวันออก ในข้อตกลงยังมีการแบ่งยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกออกเป็นเขตอิทธิพลของแต่ละฝ่าย ซึ่งมีผลโดยตรงต่อรูปแบบการสู้รบในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ท้ายที่สุด ข้อตกลงก็ถูกทำลายเมื่อเยอรมนีหันมารุกรานสหภาพโซเวียตในเดือนมิถุนายน 1941 ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมโซเวียตถึงเลือกจับมือกับเยอรมนีแทนที่จะร่วมกับอังกฤษหรือฝรั่งเศส ก็ต้องย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ก่อนปี 1939 ฮิตเลอร์ขึ้นมามีอำนาจในปี 1933 แล้วก็เริ่มนโยบายต่างประเทศแบบก้าวร้าว...

สงครามโมกุล-ซิกข์ สู้เพื่อศรัทธา

สงครามระหว่างชาวซิกข์กับจักรวรรดิโมกุล หรือที่เรียกว่าสงครามโมกุล-ซิกข์ เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างชุมชนชาวซิกข์กับอำนาจของจักรวรรดิโมกุล ส่วนใหญ่เกิดขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ถึงต้นศตวรรษที่ 18 ความตึงเครียดเริ่มต้นขึ้นจากการที่ศาสนาซิกข์ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมีต้นกำเนิดจากคุรุนานักในแคว้นปัญจาบ และเริ่มปะทุหนักขึ้นเมื่อเหล่าผู้นำซิกข์ถูกจักรพรรดิยาฮานคีร์ของโมกุลกดขี่ ขณะเดียวกันบุคคลสำคัญอย่างคุรุฮาร์โกบินด์ และคุรุโกบินด์ ซิงห์ ก็เริ่มพัฒนาศาสนาซิกข์ให้มีกองกำลังติดอาวุธมากขึ้นเพื่อตอบโต้การกดขี่นี้ ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง “คาลซา” หรือกลุ่มนักรบซิกข์ที่อุทิศตนปกป้องศาสนา สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นในยุคของจักรพรรดิออรังเซบ เพราะเขามองว่าศาสนาซิกข์เป็นภัยคุกคาม ด้วยอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย...

“ไม ภาโก” วีรสตรีแห่งซิกข์

ไม ภาโก หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า มาตา ภัก กอร์ เป็นหญิงชาวซิกข์ที่กลายเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของศาสนาซิกข์ เพราะเธอเป็นผู้นำทหารซิกข์ต่อสู้กับจักรวรรดิโมกุลในปี 1705 เธอเกิดในปี 1670 ในครอบครัวซิกข์ที่เคร่งศาสนาในหมู่บ้านชับฮาล กาลัน แคว้นปัญจาบ พ่อของเธอเคยเป็นทหารในกองทัพของคุรุ ฮาร์โกบินด์ และเป็นคนที่สอนเธอเรื่องศิลปะการรบตั้งแต่เด็ก ชีวิตในวัยเยาว์ของไม ภาโก เติบโตขึ้นท่ามกลางขนบธรรมเนียมและค่านิยมของศาสนาซิกข์ที่ลึกซึ้ง...

พระพุทธรูปแห่งบามิยัน

พระพุทธรูปแห่งบามิยันเคยเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่สององค์ ตั้งอยู่ในหุบเขาบามิยันของอัฟกานิสถาน สร้างขึ้นราว ๆ ศตวรรษที่ 6 หลังคริสตกาล องค์เล็กกว่าเรียกว่า “พระพุทธตะวันออก” สูง 38 เมตร ส่วนองค์ใหญ่ที่เรียกว่า “พระพุทธตะวันตก” สูงถึง 55 เมตร ทั้งสององค์ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพวกเฮฟธาไลต์ และกลายเป็นจุดเด่นสำคัญบนเส้นทางสายไหม มีผู้แสวงบุญชาวพุทธเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก...

“ปาโบล เอสโกบาร์” ราชาแห่งโคเคน

ปาโบล เอสโกบาร์ หัวหน้ากลุ่มค้ายาเมเดยีน ยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในวัฒนธรรมสมัยนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมีหนัง หนังสือ และเพลงมากมายที่พูดถึงชีวิตของเขา เอสโกบาร์เริ่มเข้าสู่วงการอาชญากรรมตั้งแต่วัยรุ่น เริ่มจากการขายวุฒิปลอม ก่อนจะขยับไปทำเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างขโมยรถและลักลอบขนยาเสพติด พอถึงกลางยุค 1970 เขาก็มีส่วนร่วมในการก่อตั้งองค์กรอาชญากรรมที่ต่อมากลายเป็นแก๊งเมเดยีนอันทรงอิทธิพล ช่วงที่กลุ่มนี้รุ่งสุด ๆ พวกเขาควบคุมตลาดโคเคนเกือบทั้งหมด ทำรายได้ถึงสัปดาห์ละประมาณ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เอสโกบาร์กลายเป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในโลก...

“โจเซฟ เมนเกเล” หมอนรกแห่งนาซี

โจเซฟ เมนเกเล (1911–1979) เป็นแพทย์นาซีที่โด่งดัง (หรือจะเรียกว่าฉาวก็ได้) จากการทำการทดลองสุดโหดและไร้จริยธรรมกับนักโทษในค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ ช่วงปี 1943 ถึง 1945 เขาเป็นที่รู้จักจากการผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาชา และการฉีดยาพิษฆ่าผู้คน ส่งผลให้เหยื่อหลายพันคนต้องจบชีวิตลง เมนเกเลมีฉายาว่า “เทพแห่งความตาย” (Angel of Death) เพราะความโหดที่เกินมนุษย์ของเขา เขาหมกมุ่นกับพันธุศาสตร์และแนวคิดเรื่องการสร้างเผ่าพันธุ์เหนือกว่า...

จักรวรรดิออตโตมัน เขย่าโลกด้วยคมดาบ

จักรวรรดิออตโตมัน หรือที่เรียกว่า “สุลต่านแห่งออตโตมัน” ดำรงอยู่ตั้งแต่ปี 1299 ถึง 1922 เป็นมหาอำนาจทางทหารที่โดดเด่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึง 17 เริ่มต้นจากแค่รัฐเล็ก ๆ ในแคว้นอนาโตเลีย แล้วค่อย ๆ ขยายอาณาเขตกลายเป็นจักรวรรดิขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ...

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา

ความขัดแย้งในรวันดาที่ยังดำเนินอยู่ในตอนนั้น เกิดจากขบวนการที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสายแข็งในรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสถาปนาและรักษาอำนาจของชาวฮูตูเหนือประเทศนี้ โดยมีการโหมกระแสโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนัก ปลุกปั่นให้ชาวฮูตูหวาดกลัวเจตนาของชาวทุตซี และทำให้พวกเขาถูกมองว่าเป็นศัตรู สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่ความรุนแรงและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง และสุดท้ายก็ปูทางไปสู่โศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในเวลาต่อมา เจาะลึกเพื่อดูฮาบียาริมานาถูกลอบใช้ในการตรวจสอบ 6 1994 สถานการณ์ในประเทศก็ตรวจสอบหนักลงในกลุ่มฮูตูหัวฉวยโอกาสเข้ายึดอำนาจ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของหมู่ชาวทุตซีและชาวฮูตูสายกลางในการขจัดคราบจุลินทรีย์ในรวันดา ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบกลางในในตลอดระยะเวลาสยดสยองนี้มีผู้เสียชีวิตระหว่าง 500,000 ถึง 800,000 คนรายงานการค้นคว้าอย่างเข้มงวดต่อผู้หญิง...

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสงครามบอสเนีย

เกิดขึ้นในช่วงสงครามบอสเนียระหว่างปี 1992 ถึง 1995 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชาวบอสเนียเชื้อสายมุสลิม (โบซเนียก) และชาวโครแอตในบอสเนีย ที่ถูกกองทัพของสาธารณรัฐเซิร์ปสกาและกลุ่มกึ่งทหารเซิร์บบังคับขับไล่หรือเนรเทศออกจากถิ่นฐาน ในทางกลับกัน ชาวโครแอตและเซิร์บในบอสเนียเองก็เผชิญกับความรุนแรงจากกองกำลังของชาวมุสลิมบอสเนียเช่นกัน โดยเฉพาะกองทัพแห่งสาธารณรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา รวมถึงกลุ่มมูจาฮีดีนบอสเนีย รายงานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในปี 1994 ระบุว่าชาวโบซเนียกแม้จะมีการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง แต่ไม่ได้ดำเนินการกวาดล้างชาติพันธุ์อย่างเป็นระบบ ช่วงกลางปี 1992 ความวุ่นวายทางการเมืองทำให้มีผู้พลัดถิ่นราว 2.7...